<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>หญ้าปักกิ่ง หญ้าเทวดา สมุนไพรบำบัดรักษาโรคเสื่อมของร่างกาย &#187; ข้อควรรู้เกี่ยวกับมะเร็ง</title>
	<atom:link href="http://www.jatuka.com/tag/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.jatuka.com</link>
	<description>หญ้าปักกิ่ง หรือหญ้าเทวดา เป็นสมุนไพร รับประทานเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย รักษาโรคเสื่อม มะเร็ง เบาหวาน ความดัน หัวใจ</description>
	<lastBuildDate>Sat, 03 Dec 2011 15:01:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3</generator>
		<item>
		<title>ข้อควรรู้เกี่ยวกับมะเร็ง 16 ประการ</title>
		<link>http://www.jatuka.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.jatuka.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Sep 2011 16:38:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เกี่ยวกับมะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อควรรู้เกี่ยวกับมะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[หญ้าปักกิ่ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.jatuka.com/?p=60</guid>
		<description><![CDATA[ข้อควรรู้เกี่ยวกับมะเร็ง 16 ประการ 1. ทุกคนมีเซลล์มะเร็งอยู่ในร่างกาย เซลล์จำพวกนี้จะไม่สามารถตรวจหาพบโดยเครื่องมือทาง การแพทย์ จนกว่าจะมีปริมาณเซลล์เป็น 2-3 ร้อยล้านเซลล์ หากไปพบหมอ แล้วหมอบอกว่าคุณไม่มีเซลล์มะเร็งใน ร่างกายหลังจากการตรวจ นั่นแค่หมายความว่า เครื่องมือทางการแพทย์ไม่สามารถตรวจพบเซลล์มะเร็งได้ เนื่องจากขนาดของเซลล์มะเร็งยังไม่มากพอ หรือขาดยังไม่ใหญ่พอให้เครื่องมือตรวจเจอ 2. เซลล์มะเร็ง เกิดขึ้นมาก ถึง 6 -10 ครั้ง ใน 1 ช่วงชีวิตของมนุษย์ 3. เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง เซลล์มะเร็งก็จะถูกทำลาย เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์มะเร็งขยายตัว และสร้างก้อนเนื้อร้าย 4. เมื่อคนไข้ ถูกบ่งชี้ว่าเป็นมะเร็ง แสดงให้เห็นว่ามีการขาดสารอาหารบางชนิด หรือ โภชนาการ ไม่ดี ซึ่งอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม อาหาร หรือปัจจัยอื่นในการดำรงชีวิต 5. การเอาชนะเซลล์มะเร็ง สามารถทำได้โดยการสร้างความแข็งแกร่งให้เซลล์เม็ดเลือดขาว หรือระบบ ภูมิคุ้มกันของร่างกาย 6. การให้ คีโม หรือสารเคมีบางชนิด ทำให้เซลล์มะเร็งถูกทำลายอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็ทำลายเซลล์ที่ดีของร่างกายไปด้วย ซึ่งเป็นอาจทำลายระบบของอวัยวะสำคัญไปด้วย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><strong>ข้อควรรู้เกี่ยวกับมะเร็ง 16 ประการ</strong></h2>
<p><strong>1. ทุกคนมีเซลล์มะเร็งอยู่ในร่างกาย</strong> เซลล์จำพวกนี้จะไม่สามารถตรวจหาพบโดยเครื่องมือทาง การแพทย์<br />
จนกว่าจะมีปริมาณเซลล์เป็น 2-3 ร้อยล้านเซลล์    หากไปพบหมอ แล้วหมอบอกว่าคุณไม่มีเซลล์มะเร็งใน  ร่างกายหลังจากการตรวจ นั่นแค่หมายความว่า เครื่องมือทางการแพทย์ไม่สามารถตรวจพบเซลล์มะเร็งได้<br />
เนื่องจากขนาดของเซลล์มะเร็งยังไม่มากพอ หรือขาดยังไม่ใหญ่พอให้เครื่องมือตรวจเจอ</p>
<p><strong>2. เซลล์มะเร็ง เกิดขึ้นมาก ถึง 6 -10 ครั้ง ใน 1 ช่วงชีวิตของมนุษย์</strong></p>
<p><strong>3. เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง เซลล์มะเร็งก็จะถูกทำลา</strong>ย เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์มะเร็งขยายตัว<br />
และสร้างก้อนเนื้อร้าย</p>
<p><strong>4. เมื่อคนไข้ ถูกบ่งชี้ว่าเป็นมะเร็ง แสดงให้เห็นว่ามีการขาดสารอาหารบางชนิด</strong> หรือ โภชนาการ   ไม่ดี<br />
ซึ่งอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม อาหาร หรือปัจจัยอื่นในการดำรงชีวิต</p>
<p><strong>5. การเอาชนะเซลล์มะเร็ง สามารถทำได้โดยการสร้างความแข็งแกร่งให้เซลล์เม็ดเลือดขาว หรือระบบ<br />
ภูมิคุ้มกันของร่างกาย</strong></p>
<p><strong>6. การให้ คีโม หรือสารเคมีบางชนิด ทำให้เซลล์มะเร็งถูกทำลายอย่างรวดเร็ว </strong>แต่ในขณะเดียวกันก็ทำลายเซลล์ที่ดีของร่างกายไปด้วย   ซึ่งเป็นอาจทำลายระบบของอวัยวะสำคัญไปด้วย เช่น ตับ ไต<br />
หัวใจ หรือปอด</p>
<p><strong>7. การฉายรังสี ก็จะทำลายเซลล์มะเร็ง </strong>และทำให้เนื้อบางส่วนไหม้ เป็นแผลเป็น และทำลายเซลล์เนื้อเยื่อ ที่ดีไปด้วยเช่นกัน</p>
<p><strong>8. โดยทั่วไปแล้ว การให้ คีโม หรือการฉายรังสี อาจจะทำให้ขนาดของก้อนเซลล์มะเร็งลดลง</strong> แต่ อย่างไร<br />
ก็ตามก็ไม่ไ ด้มีผลทำลายก้อนเนื้อไปมากกว่านั้น</p>
<p><strong>9. เมื่อร่างกายต้องรับสารพิษจำนวนมาก จากการให้ คีโมหรือการฉายแสง ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ก็จะถูกทำลายไปด้วย</strong> ดังนั้นร่างกายก็ง่ายต่อการติดเชื้อ หรือพ่ายแพ้เซลล์มะเร็ง</p>
<p><strong>10. การให้ คีโม หรือการฉายแสง อาจเป็นสาเหตุให้เซลล์มะเร็ง มีการกลายพันธุ์ หรือดื้อยา ทำให้ยาก แก่การทำลาย</strong> การผ่าตัด ก็อาจสามารถทำให้ เซลล์มะเร็งกระจายไปยังส่วนอื่น</p>
<p><strong>11. วิธีที่มีประสิทธิภาพที่จะต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง คือ หยุดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง โดยการหยุด ให้อาหารที่เซลล์มะเร็งจำเป็นต้องนำไปใช้</strong></p>
<h2><strong>สารอาหารที่เซลล์มะเร็งต้องการ</strong></h2>
<p><strong>1. น้ำตาล</strong> เช่น น้ำตาลทรายขาว equal โดยใช้น้ำตาลจากธรรมชาติแทน เช่น น้ำผึ้ง แต่ต้องใช้ใน ปริมาณที่น้อยมาก     เกลือ มีสารจำเป็นที่เซลล์มะเร็งนำไปใช้ ควรงด หรือใช้ในปริมาณน้อย</p>
<p><strong>2. นม </strong>ควรดื่ม น้ำนมถั่วเหลืองทดแทน</p>
<p><strong>3. เซลล์มะเร็ง เจริญเติบโตในสภาพที่เป็นกรด </strong>การบริโภคเนื้อสัตว์ทำให้เกิดสภาพเป็นกรด ควรรับประทานอาหารประเภทปลา ดีกว่าหมู เนื้อ และเนื้อสัตว์ มีแบคทีเรีย ใช้โฮโมนในการ เจริญเติบโตปนเปื้อน ที่เป็นอันตรายต่อคนไข้ที่เป็นมะเร็ง</p>
<p><strong>4. 80% ของผักและนำผลไม้สด ถั่งเมล็ดแห้ง ธัญญาพืช จะช่วยให้ร่างกายมีสภาพเป็นด่าง 20% จากอาหารที่ปรุงแล้ว น้ำผักและนำผลไม้สด จะให้เอนไซม์ที่ง่ายต่อการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเพื่อไปเสริมสร้างความแข็งแรง ให้เซลล์ที่ดี </strong> ดังนั้นควรดื่มน้ำผักสด และกินผักดิบ 2 -3 ครั้งต่อวันเพราะเอนไซม์จะถูกทำลายที่ 40 c</p>
<p><strong>5. หลีกเลี่ยงชา กาแฟ ชอกโกแลต ที่มีคาเฟอีนที่สูง</strong> เป็นดื่มชาเขียวที่มี สารต้านมะเร็ง ดื่มน้ำสะอาด หรือน้ำกรอง<br />
ดีที่สุด หลีกเลี่ยงน้ำประปา และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ที่มีสภาพเป็นกรด</p>
<p><strong>6. เนื้อสัตว์ ย่อยยาก</strong> และต้องการเอนไซม์ในการย่อยเป็นจำนวนมาก   และเนื้อที่ย่อยไม่หมด จะคงตกค้างอยู่ใน<br />
ลำไส้ อันนำไปสู่สารพิษตกค้าง</p>
<p><strong>7. เซลล์มะเร็ง</strong> มีโปรตีนที่ยากแก่การทำลายเป็นเกราะป้องกัน การบริโภคเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกัน<br />
ของร่างกายไปทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น</p>
<p><strong>8. อาหารเสริมบางอย่างช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบภูมิคุ้มกัน </strong>เพื่อไปทำลายเซลล์มะเร็ง เช่น<br />
วิตามินอี วิตามินซี</p>
<p><strong>9. เซลล์มะเร็ง เป็นเชื้อโรคของจิตใจ ร่างกาย และจิต วิญญาณ   การควบคุมอารมณ์ และมองโลกในแง่ดี<br />
จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น </strong>อารมณ์โกรธ ขมขื่น หรือความเครียดจะสร้างสภาพความเป็นกรดให้ร่างกาย<br />
ควรเรียนรู้ที่จะรัก และให้อภัย พักผ่อนและสนุกกับการใช้ชีวิต</p>
<p><strong>10. เซลล์มะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตในที่มีออกซิเจนได้ </strong>การออกกำลังกายทุกวัน และหายใจเข้าลึกลึก<br />
จะช่วยเพิ่มระดับ ออกซิเจนในเซลล์ การบำบัดด้วยออกซิเจนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำลายเซลล์มะเร็ง</p>
<h2><strong>วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็ง ชนิดต่างๆ</strong></h2>
<p><strong>อาการของ การเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย</strong></p>
<p><strong>1. มะเร็งปากมดลูก </strong>อาการ มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณ   อาการเจ็บปวด<br />
และมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูดเนื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าว<br />
ไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ได้</p>
<p><strong>2. มะเร็งในมดลูก</strong> อาการ มีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพั นธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่องท้อง </p>
<p><strong>3. มะเร็งรังไข่ </strong>อาการ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการปวดหลัง</p>
<p><strong>4. มะเร็งในเม็ดเลือด ( ลูคีเมีย) </strong>อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติ มักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียวหรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุ และมักจะเกิดร่วมกับอาการปวดตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกายบางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของช ่องท้อง</p>
<p><strong>5. มะเร็งปอด </strong>อาการ มักไอบ่อย ๆ มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลาย น้ำหนักลดอย่างฮวบฮาบ เจ็บหน้าอกและหายใจลำบาก หรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน</p>
<p><strong>6. มะเร็งตับ </strong>มักปวดในช่องท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ตา + ผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ชัด</p>
<p><strong>7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ</strong> อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ</p>
<p><strong>8. มะเร็งสมอง</strong> อาการ ปวดศีรษะนาน ๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาเจียน หรือการผิดปกติของการมองเห็น<br />
ตาพร่า และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือ การเป็นลมโดยกะทันหัน<br />
อวัยวะบางส่วนของ ร่างกายหยุดทำงาน เช่น มีอาการชา และเป็น อัมพาตชั่วคราว ควรให้ความระวังเป็นพิเศษ<br />
หากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการเหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย</p>
<p><strong>9. มะเร็งในช่องปาก </strong>อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปาก หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษาหรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือก เนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำ หรือ เป็นเวลานาน</p>
<p><strong>10. มะเร็งในลำคอ </strong>อาการ เสียงแหบพร่าไปทันที มีก้อนบวมในทันที ทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก หรือ<br />
มีการขยายตัวของต่อมในลำคอที่โตขึ้นจนสามารถจับ และรู้สึกได้</p>
<p><strong>11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร </strong>อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว อาเจียนออกมาเป็นเลือด ท้องอืด หรืออาหาร<br />
ไม่ย่อย บ่อย รู้สึกเ หมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้องหรือรู้สึกตื้อ แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ</p>
<p><strong>12. มะเร็งทรวงอก </strong>อาการมีเลือด หรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวมหรือผิวเนื้อทรวงอกหนาขึ้น<br />
มีก้อนบวมจนจับได้ เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้บางครั้งอาจมีตุ่มหรือสิวเกิดขึ้น ที่เต้านมเป็นเวลานาน ควรระวังเพราะผู้หญิง 9 ใน 10 คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอกโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อมีอายุมากขึ้น<br />
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังทีเรียกว่า ซีสต์ ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุ<br />
ของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อน ว่าคืออะไรกันแน่</p>
<p><strong>13. มะเร็งลำไส้ </strong>อาการ น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว มีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติ<br />
มีเลือดออกปนมากับอุจจาระ<br />
**** ซึ่งมีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้ว คือถ้าใช้กระดาษทิชชูซับ แล้วเลือดมีสีแดงสด<br />
นั่นคืออาการของริดสีดวงทวาร   แต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำนั่น คือ อาการของโรคมะเร็งในลำไส้</p>
<p><strong>14. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง</strong> อาการมีก้อนบวมขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ได้เกิดอาการ<br />
ติดเชื้อในบางส่วนของร่างกายมะเร็งผิวหนัง   อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานาน</p>
<p><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-168" title="ข้อควรรู้เกี่ยวกับมะเร็ง" src="http://www.jatuka.com/wp-content/uploads/2008/10/bd524ffbf3a88b9-150x150.jpg" alt="ข้อควรรู้เกี่ยวกับมะเร็ง" width="150" height="150" /></p>
<p>ข้อมูลจาก : FW เมล์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.jatuka.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	<price></price>	</item>
	</channel>
</rss>

