<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>หญ้าปักกิ่ง หญ้าเทวดา สมุนไพรบำบัดรักษาโรคเสื่อมของร่างกาย &#187; มะรุม</title>
	<atom:link href="http://www.jatuka.com/category/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.jatuka.com</link>
	<description>หญ้าปักกิ่ง หรือหญ้าเทวดา เป็นสมุนไพร รับประทานเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย รักษาโรคเสื่อม มะเร็ง เบาหวาน ความดัน หัวใจ</description>
	<lastBuildDate>Sat, 03 Dec 2011 15:01:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3</generator>
		<item>
		<title>มะรุม ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา</title>
		<link>http://www.jatuka.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.jatuka.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Dec 2010 07:23:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มะรุม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.jatuka.com/?p=605</guid>
		<description><![CDATA[ระยะนี้มีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับการใช้มะรุมรักษาโรคต่างๆ และพบกระทู้ข่าวใน Internet มากมาย รวมทั้งมีโทรศัพท์เข้ามาถามที่สำนักงานข้อมูลสมุนไพรอยู่บ่อยครั้ง ทางสำนักงานฯ จึงรวบรวมข้อมูลการวิจัยที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค และเป็นแนวทางที่จะช่วยในการตัดสินใจใช้ผลิตภัณฑ์มะรุมต่างๆ เพื่อดูแลสุขภาพ ป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบพืชสด แห้ง เป็นแคปซูล หรือเป็นสารสกัด ในตำรายาพื้นบ้านใช้ใบมะรุมพอกแผลช่วยห้ามเลือด ทำให้นอนหลับ เป็นยาระบาย ขับปัสสาวะ และช่วยแก้ไข้ ใช้ส่วนดอกและผลเป็นยาบำรุง ขับปัสสาวะ และแก้ไข้ ใช้ส่วนเมล็ดบดพอกแก้ปวดตามข้อ และแก้ไข้ ในภาพรวมของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการวิจัยในระดับเซลล์และสัตว์ทดลองพบว่า มะรุมมีฤทธิ์ที่น่าสนใจมากมาย เช่น ฤทธิ์ลดความดันโลหิต ต้านการเกิดเนื้องอก ต้านมะเร็ง ลดระดับคอเลสเตอรอล ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ป้องกันตับอักเสบ ต้านออกซิเดชัน ต้านเชื้อแบคทีเรีย ลดระดับน้ำตาล และฤทธิ์ต้านการอักเสบ มีการศึกษาในคนเพียงชิ้นเดียว โดยมีเพียงรายงานเกี่ยวกับการใช้ยา Septillin ® ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากพืช 6 ชนิด ได้แก่ มะรุม บอระเพ็ด จิตรลดา มะขามป้อม ชะเอมเทศ Balsamodendron mukul (พืชอินเดีย) และเปลือกหอยสังข์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ระยะนี้มีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับการใช้มะรุมรักษาโรคต่างๆ และพบกระทู้ข่าวใน Internet มากมาย รวมทั้งมีโทรศัพท์เข้ามาถามที่สำนักงานข้อมูลสมุนไพรอยู่บ่อยครั้ง ทางสำนักงานฯ จึงรวบรวมข้อมูลการวิจัยที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค และเป็นแนวทางที่จะช่วยในการตัดสินใจใช้ผลิตภัณฑ์มะรุมต่างๆ เพื่อดูแลสุขภาพ ป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบพืชสด แห้ง เป็นแคปซูล หรือเป็นสารสกัด</p>
<p>ในตำรายาพื้นบ้านใช้ใบมะรุมพอกแผลช่วยห้ามเลือด ทำให้นอนหลับ เป็นยาระบาย ขับปัสสาวะ และช่วยแก้ไข้ ใช้ส่วนดอกและผลเป็นยาบำรุง ขับปัสสาวะ และแก้ไข้ ใช้ส่วนเมล็ดบดพอกแก้ปวดตามข้อ และแก้ไข้</p>
<p>ในภาพรวมของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการวิจัยในระดับเซลล์และสัตว์ทดลองพบว่า มะรุมมีฤทธิ์ที่น่าสนใจมากมาย เช่น ฤทธิ์ลดความดันโลหิต ต้านการเกิดเนื้องอก ต้านมะเร็ง ลดระดับคอเลสเตอรอล ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ป้องกันตับอักเสบ ต้านออกซิเดชัน ต้านเชื้อแบคทีเรีย ลดระดับน้ำตาล และฤทธิ์ต้านการอักเสบ</p>
<p>มีการศึกษาในคนเพียงชิ้นเดียว โดยมีเพียงรายงานเกี่ยวกับการใช้ยา Septillin ® ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากพืช 6 ชนิด ได้แก่ มะรุม บอระเพ็ด จิตรลดา มะขามป้อม ชะเอมเทศ Balsamodendron mukul (พืชอินเดีย) และเปลือกหอยสังข์ โดยพบว่า Septillin ® ให้ผลดีทางคลินิกในเด็กซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน และการติดเชื้อที่ผิวหนัง</p>
<h3>สำหรับงานวิจัยที่น่าสนใจในสัตว์ทดลองมีโดยย่อดังนี้</h3>
<ul>
<li><strong>ฤทธิ์ลดความดันโลหิต &#8211; </strong>สารสกัดน้ำและเอทานอลของใบมะรุม  สารสกัดเอทานอลของผลและฝัก สารในกลุ่ม glycosides ในสารสกัดเมทานอลของฝักแห้งและเมล็ด แสดงฤทธิ์ลดความดันโลหิตในสุนัขและหนูแรท</li>
<li><strong>ฤทธิ์ต้านการเกิดเนื้องอกและฤทธิ์ต้านมะเร็ง &#8211; </strong>สารสำคัญในกลุ่ม thiocarbamate จากใบ สารสกัดเอทานอลของเมล็ด แสดงฤทธิ์ทั้งยับยั้งการเจริญเติบโต และทำลายเซลล์มะเร็ง เมื่อป้อนสารสกัดของผลและฝัก ขนาด 5 มก./กก. น้ำหนักตัว มีผลลดจำนวนหนูเม้าส์ที่เป็นมะเร็งผิวหนังได้</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>ฤทธิ์ลดระดับคอเลสเตอรอล -</strong> สารสกัดน้ำของส่วนใบ มีผลลดระดับคอเลสเตอรอลและลดการเกิด plaque ในหลอดเลือดของหนูแรทและกระต่ายซึ่งได้รับอาหารชนิดที่มีไขมันสูง การทดสอบโดยให้กระต่ายที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูงและกระต่ายปกติ โดยให้กินผลมะรุมขนาด 200 มก./กก. น้ำหนักตัว ต่อวัน นาน 120 วัน เปรียบเทียบกับยาลดไขมันโลวาสแตทิน 6 มก./กก. น้ำหนักตัว ต่อวัน และให้อาหารไขมันมาก พบว่ามีผลลดระดับคอเลสเตอรอล, phospholipids, triglycerides, low density lipoprotein (LDL), very low density lipoprotein (VLDL), อัตราส่วนระหว่างคอเลสเตอรอลและ phospholipids และ atherogenic index ในกระต่ายกลุ่มแรกได้</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>ฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร &#8211; </strong>สารสกัดเมทานอลของใบ และสารสกัดเมทานอลจากส่วนดอก สามารถยับยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหารของหนูแรท ซึ่งถูกเหนี่ยวนำโดยแอสไพรินได้ ในขณะที่สารสกัดน้ำจากใบมีผลป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารด้วย</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>ฤทธิ์ป้องกันตับอักเสบ &#8211; </strong>สารสกัด 80% เอทานอลจากใบ สารสกัดน้ำและสารสกัดเอทานอลจากดอก มีฤทธิ์ป้องกันการทำลายเซลล์ตับหนูแรทที่ได้รับ acetaminophen (ยาพาราเซตามอล) และสารสกัดน้ำจากส่วนรากแสดงฤทธิ์ป้องกันการทำลายเซลล์ตับหนูแรทจากการเหนี่ยวนำโดยยาไรแฟมพิซิน</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>ฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน &#8211; </strong>สารสกัดน้ำ สารสกัด 80% เมทานอล และสารสกัด 70% เอทานอลจากส่วนใบ ผงแห้งบดหยาบและสารสกัดน้ำจากเมล็ด และสารในกลุ่ม phenol จากส่วนราก สามารถต้านและกำจัดอนุมูลอิสระได้</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย &#8211; </strong>น้ำคั้นสดของใบ สารประกอบคล้าย pterygospermin ของดอก สารสกัดอะซีโตนและสารสกัดเอทานอลจากเมล็ด สารสกัดน้ำจากเมล็ด น้ำคั้นจากเปลือกต้น สารสกัดเอทานอลของเปลือกราก และสาร athomin จากเปลือกราก มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้หลายชนิด นอกจากนี้ยังมีการใช้สารสกัดน้ำมันจากเมล็ด ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับใช้กับตา โดยพบว่าใช้ได้ดีกับ pyodermia ในหนูเมาส์ ที่มีสาเหตุมาจาก Staphylococcus aureus</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>ฤทธิ์ลดระดับน้ำตาล &#8211; </strong>ผงใบแห้ง สารสกัด 95% เอทานอล และเถ้าจากเปลือกต้น มีผลลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูแรทปกติ และหนูที่เป็นเบาหวาน ส่วนสารสกัดเมทานอลจากเปลือกรากแสดงฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในหนูเม้าส์</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>ฤทธิ์ต้านการอักเสบ &#8211; </strong>ชาชงน้ำร้อน และสารสกัดเมทานอลจากราก มีฤทธิ์ยับยั้งอาการบวมที่อุ้งเท้าหลังของหนูแรทและหนูเม้าส์ที่ถูกเหนี่ยวนำด้วยคาราจีแนน ในขณะที่เมล็ดแก่สีเขียว สารสกัดเอทานอลจากเมล็ดแห้ง และสารสกัดเอทานอลจากเมล็ด มีผลลดการอักเสบของทางเดินหายใจในหนูตะเภา ซึ่งยืนยันถึงการใช้มะรุมในทางพื้นบ้านเพื่อบำบัดอาการผิดปกติจากภูมิแพ้ เช่น หอบหืด สารสกัดเอทานอลจากเมล็ด สามารถลดการบวมของอุ้งเท้าบริเวณข้อของหนูแรท และพบว่าสารสกัดมะรุมมีผลลด oxidative stress ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับฤทธิ์ต้านการอักเสบด้วย</li>
</ul>
<h3>ความเป็นพิษ</h3>
<p>มีการรายงานความเป็นพิษของมะรุมในระดับเซลล์และในสัตว์ทดลองว่า</p>
<ul>
<li>สารสำคัญ 4(alpha-L-rhamnosyloxy) phenylacetonitrile จากเมล็ด แสดงความเป็นพิษต่อเซลล์ใน Micronucleus test</li>
<li> สารสกัดน้ำจากใบ หรือ 90% เอทานอล ในขนาด 175 มก./กก. ของน้ำหนักแห้ง เมื่อป้อนให้หนูแรทที่มีการผสมพันธุ์ สามารถทำให้เกิดการแท้งได้</li>
<li>สารสกัดน้ำของรากขนาด 200 มก./กก.น้ำหนักตัว เมื่อให้กับหนูแรท จะเหนี่ยวนำให้เกิดทารกฝ่อ (foetal resorption) ในการตั้งครรภ์ระยะสุดท้าย</li>
<li>สารสกัดเมล็ดด้วย 0.5 M borate buffer มีผลทำให้เม็ดเลือดแดงของกระต่ายรวมตัวกัน</li>
<li>เมื่อให้หนูแรทกินผงของเมล็ดดิบที่แก่ของมะรุม โดยไม่จำกัดจำนวนเป็นเวลา 5 วัน พบว่าทำให้ความอยากอาหาร การเจริญเติบโตและการใช้โปรตีนลดลง ขนาดของกระเพาะอาหาร ลำไส้ ตับ ตับอ่อน ไต หัวใจ และตตตสนวสรผเดกฟปปปอปปปอดใหญ่ขึ้น ในขณะที่ต่อมไทมัส และม้ามมีลักษณะฝ่อลง โดยเปรียบเทียบกับหนูกลุ่มที่ได้รับอาหารที่มีไข่ขาวเป็นส่วนประกอบ</li>
<li>การทดสอบความเป็นพิษโดยให้หนูเม้าส์กินส่วนราก หรือฉีดสารสกัดไม่ระบุชนิดตัวทำละลายเข้าใต้ผิวหนัง ในขนาด 10 ก./กก. น้ำหนักตัว ไม่พบความเป็นพิษ</li>
</ul>
<p>การทดลองในสัตว์เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่มีประโยชน์เพื่อการทำวิจัยต่อยอดไปยังการทดลองในมนุษย์ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ตัวทำละลายที่นักวิจัยใช้ในการสกัดจะมีทั้งน้ำ และแอลกอฮอล์ เพื่อให้สะดวกต่อการป้อนสัตว์ทดลอง ซึ่งข้อมูลข้างต้นเป็นความรู้ที่จะทำให้สามารถหาส่วนสกัดที่มีสารสำคัญได้ หากจะรับประทานใบ เนื้อในฝัก หรือดอกมะรุม ซึ่งเราใช้เป็นอาหารมานานแล้วเพื่อการรักษาโรค ก็อาจทำได้แต่อย่าหวังผลมากนัก และไม่ควรรับประทานในปริมาณมาก หรือติดต่อกันนานเกินไป ซึ่งอาจมีการสะสมสารบางอย่างและอาจเป็นพิษได้ และจากรายงานความเป็นพิษในสัตว์ทดลอง ซึ่งพบว่าทำให้เกิดการแท้ง ดังนั้นควรระมัดระวังการใช้ส่วนต่างๆ ของมะรุมในสตรีมีครรภ์</p>
<p>รายละเอียดที่นำเสนอนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่นำมาจากบทความเรื่อง  “มะรุม: พืชสมุนไพรหลากประโยชน์”  โดยรองศาสตราจารย์ วิมล ศรีศุข ซึ่งอยู่ในจุลสารข้อมูลสมุนไพรฉบับ 26(4) ที่กำลังจะนำมาเผยแพร่สู่ประชาชนในเดือนกรกฎาคม 2552 หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.jatuka.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
	<price></price>	</item>
		<item>
		<title>มะรุม สมุนไพรรักษาสารพัดโรค</title>
		<link>http://www.jatuka.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://www.jatuka.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 May 2009 08:27:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกมะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[ผลมะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[ฝักมะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[ฝักอ่อนมะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[มะรุมแห้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ยอดมะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[เปลือกมะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[เมล็ดมะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[เม็ดมะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[ใบมะรุม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.jatuka.com/?p=279</guid>
		<description><![CDATA[มะรุมไม้กลางบ้านของไทยที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมาเป็นเวลานานนอกจากจะ รับประทานอร่อยแล้ว ชาวอินเดียยังได้ทำการทดลองและเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคต่างๆได้ถึง 300 ชนิด องค์การสหประชาชาติได้ให้การสนับสนุนในการค้นคว้าและวิจัย อย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในการรักษาโรคขาดอาหารและอาการตาบอดซึ่งเกิดขึ้นใน เด็กแรกเกิดจนถึงวัยเจริญเดิบโตในประเทศด้อยพัฒนาเช่นกลุ่มประเทศในอาฟริกา ตอนใต้และประเทศอินเดีย กลุ่มองค์การกุศลมากมายได้หันมาให้ความสนใจอย่างจริงจังกับพันธุ์ไม้ชนิดนี้ รวมทั้งประเทศไทยกลุ่มนักศึกษาแพทย์จำนวน25ท่านจากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ได้ ทำการทดลองวิจัยในการที่จะนำมารักษาผู้ป่วยด้วย โรคงูสวัสดิ์แม้แต่กลุ่มประเทศอื่นๆเช่นอังกฤษ,เยอรมัน,รัสเซีย,ญี่ปุ่น, จีน,ก็หันมาให้ความสนใจและทำการค้นคว้าอย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะเพื่อช่วยเหลือ ผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง เบาหวาน โรคเอดส์ และอีกมากมาย ประโยชน์คร่าวๆ จากวารสารค้นคว้าที่พอจะอ้างอิงได้มีดังต่อไปนี้คือ ใช้รักษาโรคขาดอาหารในเด็กแรกเกิด ถึง 10 ขวบ และลดสถิติการเสียชีวิต พิการ และตาบอด ได้เป็นอย่างดี ใช้รักษาผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานให้อยู่ในภาวะควบคุมได้ ทำให้สามารถลดการใช้ยาลงโดยความเห็นชอบและการดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์ผู้ รักษาด้วย รักษาโรคความดันโลหิตสูง ช่วยเพิ่มและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายถ้าแม้ทานผลิตผลจากมะรุมใน ระหว่างตั้งครรภ์เด็กที่เกิดมาจะไม่ติดเชื้อHIV นอกจากนี้ยังช่วยให้คนทั่วๆไปสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองถ้ารับ ประทานอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ให้อยู่ในภาวะควบคุมได้และสามารถมีชิวิตอยู่อย่าง คนทั่วไปได้ในสังคมการรักษาโรคเอดส์ที่ประสพผลสำเร็จในกลุ่มประเทศอาฟริกา แม้แต่ในสหรัฐอเมริกาก็กำลังอยู่ในภาวะทดลอง ถ้ารับประทานสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคมะเร็งแต่ถ้าหากเป็นก็จะ ช่วยให้การรักษาพยาบาลง่ายขึ้น ในบางกรณีสามารถหยุดการเจริญเติบโตของโรคร้ายได้ถ้าใช้ควบคู่ไปกับยาแพทย์ แผนปัจจุบันหากผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งได้รับการรักษาด้วยรังสี การดื่มน้ำมะรุมจะช่วยให้การแพ้รังสีฟื้นตัวเร็วขึ้นและมีร่างกายที่แข็งแรง ช่วยรักษาโรคไขข้ออักเสบ โรคเก๊า โรคกระดูกอักเสบ โรคมะเร็งในกระดูก โรครูมาติซั่ม รักษา โรคตาเกือบทุกชนิด เช่น โรคตามืดตามัวเพราะขาดสารอาหารที่จำเป็น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มะรุมไม้กลางบ้านของไทยที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมาเป็นเวลานานนอกจากจะ รับประทานอร่อยแล้ว ชาวอินเดียยังได้ทำการทดลองและเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคต่างๆได้ถึง 300 ชนิด </strong></p>
<p>องค์การสหประชาชาติได้ให้การสนับสนุนในการค้นคว้าและวิจัย อย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในการรักษาโรคขาดอาหารและอาการตาบอดซึ่งเกิดขึ้นใน เด็กแรกเกิดจนถึงวัยเจริญเดิบโตในประเทศด้อยพัฒนาเช่นกลุ่มประเทศในอาฟริกา ตอนใต้และประเทศอินเดีย กลุ่มองค์การกุศลมากมายได้หันมาให้ความสนใจอย่างจริงจังกับพันธุ์ไม้ชนิดนี้ รวมทั้งประเทศไทยกลุ่มนักศึกษาแพทย์จำนวน25ท่านจากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ได้ ทำการทดลองวิจัยในการที่จะนำมารักษาผู้ป่วยด้วย</p>
<p>โรคงูสวัสดิ์แม้แต่กลุ่มประเทศอื่นๆเช่นอังกฤษ,เยอรมัน,รัสเซีย,ญี่ปุ่น, จีน,ก็หันมาให้ความสนใจและทำการค้นคว้าอย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะเพื่อช่วยเหลือ ผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง เบาหวาน โรคเอดส์ และอีกมากมาย</p>
<p><span id="more-279"></span></p>
<h3>ประโยชน์คร่าวๆ จากวารสารค้นคว้าที่พอจะอ้างอิงได้มีดังต่อไปนี้คือ</h3>
<ol>
<li>ใช้รักษาโรคขาดอาหารในเด็กแรกเกิด ถึง 10 ขวบ  และลดสถิติการเสียชีวิต พิการ และตาบอด ได้เป็นอย่างดี</li>
<li> ใช้รักษาผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานให้อยู่ในภาวะควบคุมได้ ทำให้สามารถลดการใช้ยาลงโดยความเห็นชอบและการดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์ผู้ รักษาด้วย</li>
<li>รักษาโรคความดันโลหิตสูง</li>
<li>ช่วยเพิ่มและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายถ้าแม้ทานผลิตผลจากมะรุมใน ระหว่างตั้งครรภ์เด็กที่เกิดมาจะไม่ติดเชื้อHIV นอกจากนี้ยังช่วยให้คนทั่วๆไปสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองถ้ารับ ประทานอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง</li>
<li>ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ให้อยู่ในภาวะควบคุมได้และสามารถมีชิวิตอยู่อย่าง คนทั่วไปได้ในสังคมการรักษาโรคเอดส์ที่ประสพผลสำเร็จในกลุ่มประเทศอาฟริกา แม้แต่ในสหรัฐอเมริกาก็กำลังอยู่ในภาวะทดลอง</li>
<li>ถ้ารับประทานสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคมะเร็งแต่ถ้าหากเป็นก็จะ ช่วยให้การรักษาพยาบาลง่ายขึ้น ในบางกรณีสามารถหยุดการเจริญเติบโตของโรคร้ายได้ถ้าใช้ควบคู่ไปกับยาแพทย์ แผนปัจจุบันหากผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งได้รับการรักษาด้วยรังสี การดื่มน้ำมะรุมจะช่วยให้การแพ้รังสีฟื้นตัวเร็วขึ้นและมีร่างกายที่แข็งแรง</li>
<li>ช่วยรักษาโรคไขข้ออักเสบ โรคเก๊า โรคกระดูกอักเสบ โรคมะเร็งในกระดูก โรครูมาติซั่ม</li>
<li>รักษา โรคตาเกือบทุกชนิด เช่น โรคตามืดตามัวเพราะขาดสารอาหารที่จำเป็น โรคตาต้อ เป็นต้นถ้ารับประทานสม่ำเสมอ จะทำให้ตามีสุขภาพที่สมบูรณ์</li>
<li>รักษาโรคลำไส้อักเสบ โรคเกี่ยวกับท้อง โรคพยาธิในลำไส้ เป็นต้น</li>
<li>รักษาปอดให้แข็งแรง รักษาโรคทางเดินของลมหายใจ และโรคปอดอักเสบ</li>
</ol>
<p>นอกจากนี้ต้นมะรุมยังมีคุณประโยชน์อีกมากมายซึ่งไม่สามารถที่จะนำมาอ้างอิง ได้หมดในที่นี้  หากสนใจท่านสามารถหาอ่านได้จากเอกสารอ้างอิงกำกับท้ายเอกสารฉบับนี้</p>
<p><strong>คุณค่าสารอาหารในมะรุม</strong></p>
<p><a href="http://www.jatuka.com/wp-content/uploads/2009/05/Moringa-copy.jpg"><img title="Moringa copy" src="http://www.jatuka.com/wp-content/uploads/2009/05/Moringa-copy.jpg" alt="" height="300" /></a></p>
<p><strong>วิธีใช้ เมนูอาหาร มะรุม<br />
</strong></p>
<ul>
<li><strong>ใบสด</strong> ควรรับประทานใบสดที่ไม่แก่หรืออ่อนจนเกินไปนัก เพื่อให้ได้ประโยชน์เต็มที่
<ul>
<li>เด็ก แรกเกิด -1 ปี  คั้นน้ำจากใบเพียง 1 หยด ผสมกับนมให้ดื่มเพียง 1 หยด ต่อ 1-2 วัน  ใบมะรุมนี้มีธาตุเหล็กสูงมาก  ฉะนั้นทารกในวัยเจริญเติบโต &#8211; 2 ขวบ จึงไม่ควรทานมาก</li>
<li>เด็กที่เริ่มทานอาหารได้ถึง 3-4 ขวบ   ควรทานวันละไม่เกิน 2 ใบ  เพิ่มจำนวนขึ้นทีละใบตามอายุ จนถึง 10 ขวบ</li>
<li>เด็ก วัยรุ่นและผู้ใหญ่  รับประทานวันละ 1 กิ่ง  จะทานสดหรือประกอบอาหารก็ได้  ถ้าจะให้ได้ผลรวดเร็ว ควรคั้นน้ำดื่มประมาณวันละ 1 ช้อนโต๊ะสำหรับผู้ใหญ่ หรือ 1 ช้อนชาสำหรับเด็ก</li>
<li>การรับประทานสุกควรลวกแต่พอควรเพราะการถูกความร้อนนานเกินไปจะทำให้สารอาหาร หลายชนิดเสื่อมคุณภาพลงไปมาก  ถ้าสามารถรับประทานสดได้จะดีมาก ใช้ทำสลัดรวมกับผักสด หรือวางบนแซนวิช สลัดสดใบมะรุม</li>
</ul>
</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>ผล </strong>รับประทานได้ทั้งฝักอ่อนและฝักแก่พอสมควรฝักแก่จะใช้ลำบากเพราะต้องปอกเปลือกเช่นใช้แกงส้มหรือขูดเอาแต่เนื้อใน มาทำแกงกะหรี่    ฝักอ่อนขนาดถั่วฝักยาวสามารถนำมาทำอาหารได้มากมายหลายชนิด อาทิ เช่น
<ul>
<li>แกงส้มฝักมะรุม</li>
<li>ฝักมะรุมอ่อนผัดน้ำมันหอย</li>
<li>ยำฝักมะรุมอ่อน (เหมือนยำถั่วพลู)</li>
</ul>
</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>ฝัก </strong>
<ul>
<li>ผักรวม ทอดมันปลากับฝักมะรุมอ่อน</li>
<li>แกงเลียงฝักมะรุมอ่อนและใบมะรุม</li>
<li>แกงเผ็ดฝักมะรุมอ่อน</li>
<li>ไข่ยัดไส้ใบมะรุมหมูสับ</li>
<li>ดอกมะรุมชุบไข่ทอด</li>
<li>ผัดพริกขิงฝักมะรุมอ่อน ผัดจืดฝักมะรุมอ่อนใส่ไข่และกุ้ง</li>
<li>ผัดเผ็ดฝักมะรุมอ่อนยอดพริกไทยกับไก่</li>
<li>ฝักมะรุมอ่อนผัดขี้เมา</li>
<li>ไก่อบฝักมะรุมอ่อน   ยอด ดอก และฝักมะรุมอ่อนจิ้มน้ำพริก</li>
<li>ผัดฝักมะรุมอ่อนกับเห็ดสดต่างๆ</li>
<li>ผัดฝักมะรุมอ่อนกับเห็ดหูหนูจีน</li>
<li>แกงเขียวหวานหรือแกงแดงฝักมะรุมอ่อน (จะใส่เนื้อ หรือไก่ก็ได้ตามแต่ชอบ)</li>
</ul>
</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>ใบ</strong>
<ul>
<li>ต้มจืดหมูสับใบมะรุมอ่อน</li>
<li>ราดหน้าฝักและใบมะรุมอ่อนไก่/หมู</li>
<li>แกงจืดใบมะรุมอ่อนเต้าหู้</li>
<li>แกงจืดวุ้นเส้นใบมะรุมอ่อนใส่เห็ดสด</li>
</ul>
</li>
</ul>
<ul>
<li> <strong>ยอด ดอก และฝักมะรุมอ่อน</strong> ชุบแป้งเทมปุระทอด    เหล่านี้เป็นต้น</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>เมล็ด</strong> สามารถนำเมล็ดมะรุมมาสกัดน้ำมันเพื่อ ใช้ประโยชน์ได้มากมายเช่นใช้ทำอาหารได้  รักษาโรคปวดตามข้อ โรคเก๊า  รักษาโรครูมาติซั่ม และรักษาโรคผิวหนัง  แก้ผิวแห้ง  ใช้แทนยารักษาผิวให้ชุ่มชื้น  รักษาโรคอันเกิดจากเชื้อรา</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>เปลือก</strong>จากลำ ต้น  นำมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆใส่ผ้าห่อทำเป็นลูกประคบนึ่งให้ร้อนนำมาใช้ประคบ แก้โรคปวดหลัง ปวดตามข้อได้เป็นอย่างดี        * ร้านขายยาจีนนำมาใช้เข้าเครื่องยาจีนรักษาโรคหลายประเภท*</li>
</ul>
<ul>
<li> <strong>กากของเมล็ด </strong>กากที่เหลือจากการทำน้ำมันสามารถนำมาใช้ในการกรองหรือทำน้ำให้บริสุทธิ์เป็นน้ำ ดื่มได้กากของเมล็ดมีคุณสมบัติเป็นยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นอย่าง ยิ่ง จากนั้นนำมาทำปุ๋ยต่อได้</li>
<li><strong>ดอก</strong> ใช้ต้มทำน้ำชาใช้ดื่มช่วยให้นอนหลับสบาย</li>
<li><strong>ใบตากแห้ง</strong> สามารถนำใบมาตากแห้งโดยการตากในที่ร่มอย่าให้โดนแดดเมื่อแห้งสนิทดีแล้วนำมา ป่นเป็นผงบรรจุในหลอดแคปซูลเพื่อสะดวกแก่การพกพาในกรณีที่เดินทางและหาใบสด ไม่ได้ใช้ทำเป็นน้ำชาไว้ดื่มได้ตลอดวันแต่ใบแห้งจะขาดไวตามินซีและไวตามินบี ตลอลีนและแร่ธาตุบางจำพวกที่สูญหายในระหว่างการทำให้แห้งควรเก็บผงมะรุมไว้ ในที่มืดเช่นขวดพลาสติกชนิดทึบเพื่อกันการเสื่อมคุณภาพแต่คุณสมบัติอื่นๆ ยังคงเดิมเนื่องจากมะรุมเป็นพืชสมุนไพรกลางบ้านดังนั้นการให้ผลย่อมช้ากว่ายาแผนสมัยใหม่การที่จะใช้ให้ได้ผลอย่างจริงจังต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า3เดือน และต้องใช้ติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอจะให้ผลเป็นที่น่าพอใจร่างกายจะแข็ง แรงอยู่เสมอคนธรรมดาที่ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคก็สามารถใช้ได้เพื่อป้องกัน ตัวเองจากการติดเชื้อต่างๆ สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายเป็นอย่างดียิ่ง</li>
</ul>
<p><strong>เอกสารอ้างอิง:</strong></p>
<p>Nature’s Medicine Cabinet by Sanford Holst<br />
The Miracle Tree by Lowell Fuglie<br />
LA times March 27th 2000 article wrote by Mark Fritz.</p>
<p>WWW.PUBMED.GOV. (Search for Moringa) (Antiviral Research Volume 60, Issue 3, Nov. 2003, Pages 175-180: Depts. of Microbiology, Pharmaceutical Botany, Pharmacology, Faculty of Pharmaceutical Science, Chulalongkorn University, Bangkok 10330, Thailand. Corresponding author.</p>
<p>WWW.TREESFORLIFE.ORG  WWW.MORINGATREES.ORG  WWW.MORINGAFARMS.COM</p>
<p><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-286" style="border: 1px solid black; margin: 5px;" title="marum03" src="http://www.jatuka.com/wp-content/uploads/2009/05/marum03-150x150.jpg" alt="marum03" width="150" height="150" /></p>
<ul>
<li>
<h2><a href="http://www.jatuka.com/products-page/1/--100---90-/">แคปซูลมะรุม 500 มิลลกรัม บรรจุ 100 เม็ด ราคา 150 บาท </a></h2>
</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.jatuka.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	<price></price>	</item>
		<item>
		<title>มะรุม ไม้ยืนต้นมหัศจรรย์ Moringa-Miracle Tree</title>
		<link>http://www.jatuka.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5-%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.jatuka.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5-%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 May 2009 08:02:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[การปรุงมะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกมะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นมะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[ฝักมะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[มะรุมแห้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เปลือกมะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[เมล็ดมะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[เม็ดมะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[ใบมะรุม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.jatuka.com/?p=272</guid>
		<description><![CDATA[มะรุม ชื่อสามัญ : horseradish tree, drumstick tree, Ben oil tree Also call &#8220;mother&#8217;s best friend&#8221; ชื่อพื้นเมือง : ผักอีฮึม ผักอีฮุม มะค้อนก้อม ชื่อวิทยาศาตร์ : Moringa olifera Lamk. วงศ์ : MORINGACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ มะรุมเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางเรือนยอดกลมและโปร่ง เจริญเติบโตเร็ว อาจจะเติบโตมีความสูงถึง 4 เมตรและออกดอกภายในปีแรกที่ปลูก ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ชนิดที่แตกใบย่อย 3 ชั้น ยาว 20 &#8211; 40 ซม. ออกเรียงแบบสลับ ใบย่อยยาว 1 &#8211; 3 ซม. รูปไข่ ปลายใบและฐานใบมน ผิวใบด้านล่างสีอ่อนกว่าและมีขนเล็กน้อยขณะที่ใบยังอ่อน ใบมีรสหวานมัน ออกดอกในฤดูหนาว บางพันธุ์ออกดอกหลายครั้งในรอบปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1><strong>มะรุม </strong></h1>
<p><strong>ชื่อสามัญ :</strong> horseradish tree, drumstick tree, Ben oil tree Also call &#8220;mother&#8217;s best friend&#8221;</p>
<p><strong>ชื่อพื้นเมือง : </strong>ผักอีฮึม ผักอีฮุม มะค้อนก้อม</p>
<p><strong>ชื่อวิทยาศาตร์ : </strong>Moringa olifera Lamk.</p>
<p><strong>วงศ์ : </strong>MORINGACEAE</p>
<h3><strong>ลักษณะทางพฤกษศาสตร์</strong></h3>
<p>มะรุมเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางเรือนยอดกลมและโปร่ง เจริญเติบโตเร็ว อาจจะเติบโตมีความสูงถึง 4 เมตรและออกดอกภายในปีแรกที่ปลูก ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ชนิดที่แตกใบย่อย 3 ชั้น ยาว 20 &#8211; 40 ซม. ออกเรียงแบบสลับ ใบย่อยยาว 1 &#8211; 3 ซม. รูปไข่ ปลายใบและฐานใบมน ผิวใบด้านล่างสีอ่อนกว่าและมีขนเล็กน้อยขณะที่ใบยังอ่อน ใบมีรสหวานมัน ออกดอกในฤดูหนาว บางพันธุ์ออกดอกหลายครั้งในรอบปี ดอกเป็นดอกช่อ สีขาว กลีบเรียง มี 5 กลีบ กลีบดอกมี 5 กลีบแยกกัน ดอกมีรสขม หวาน มันเล็กน้อย ผลเป็นฝักยาว เปลือกสีเขียวมีส่วนคอดและส่วนมน เป็นระยะ ๆ ตามยาวของฝัก ฝักยาว 20 &#8211; 50 ซม. ฝักมีรสหวาน เมล็ดเป็นรูปสามเหลี่ยม มีปีกบางหุ้ม 3 ปีก เส้นผ่าศูนย์กลางของเมล็ดประมาณ 1 ซม.</p>
<p><strong>การปลูก </strong>: มะรุมเป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศแถบเอเชีย เช่น อินเดีย ศรีลังกา เป็นต้น และยังมีในเขตเอเชียไมเนอร์และแอฟริกา เป็นไม้ปลูกง่าย เจริญได้ดีในดินทุกชนิด ต้องการน้ำและความชื้นในปริมาณปานกลาง ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและการปักชำกิ่ง งอกเร็ว ใช้เวลา 2สัปดาห์ต้นกล้าสูงประมาณ 10-20 เซนติเมตร</p>
<h3><strong>ประโยชน์ทางยา : </strong></h3>
<ul>
<li><strong>ใบ  -</strong> ใช้ถอนพิษไข้ แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้อักเสบ แก้แผล ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ขับปัสสาวะ ป้องกันมะเร็ง ลดความดันโลหิต<strong><br />
</strong></li>
<li><strong>ยอดอ่อน &#8211; </strong>ใช้ถอนพิษไข้</li>
<li><strong>ดอก &#8211; </strong>ใช้แก้ไข้หัวลม เป็นยาบำรุง ขับปัสสาวะ ขับน้ำตา ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันมะเร็ง<strong> </strong></li>
<li><strong> ฝัก </strong>- แก้ไข้ ป้องกันมะเร็ง ลดความดันโลหิต</li>
<li><strong> เมล็ด &#8211; </strong> เมล็ดปรุงเป็นยาแก้ไข้ แก้บวม แก้ปวดตามข้อ ป้องกันมะเร็ง</li>
<li><strong>ราก </strong>- รสเผ็ด หวาน ขม สรรพคุณ แก้อาการบวม บำรุงไฟธาตุ รักษาโรคหัวใจ รักษาโรคไขข้อ (rheumatism)</li>
<li><strong>เปลือกลำต้น </strong>- รสร้อน สรรพคุณขับลมในลำไส้ ทำให้ผายหรือเรอ คุมธาตุอ่อน ๆ แก้ลมอัมพาต ป้องกันมะเร็ง คุมกำเนิด เคี้ยวกินช่วยย่อยอาหาร</li>
<li><strong>ยาง &#8211; </strong>(gum)ฆ่าเชื้อไทฟอยด์ ซิฟิลิส (syphilis) แก้ปวดฟัน earache, asthma</li>
</ul>
<h3><strong>คุณค่าทางอาหาร</strong></h3>
<ul>
<li><strong>ใบใบสด </strong>ใช้กินเป็นอาหาร ใบแห้งที่ทำเป็นผงเก็บไว้ได้นานโดยยังมีคุณค่าทางอาหารสูง ใบมะรุมมีวิตามิน เอ สูงกว่าแครอท มีแคลเซียมสูงกว่านม มีเหล็กสูงกว่าผักขม มีวิตามี ซี สูงกว่าส้มและมีโปแตสเซียมสูงกว่ากล้วย</li>
<li><strong>ดอก </strong>ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แก้หวัด Helminths ป้องกันมะเร็ง</li>
<li><strong>ฝัก </strong>ฝักมะรุม 100 กรัม ให้พลังงานต่อร่างกาย 32 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วย เส้นใย 1.2 กรัม แคลเซียม 9 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 26 มิลลิกรัม เหล็ก 1.5 มิลลิกรัม วิตามินเอ 532 IU วิตามินบีหนึ่ง 0.05 มิลลิกรัม ไนอาซิน 0.6 มิลลิกรัม วิตามินซี 262 มิลลิกรัม</li>
<li><strong>เมล็ด </strong>น้ำมันที่ได้จากการคั้นเมล็ดสดใช้เป็นน้ำมันปรุงอาหาร</li>
</ul>
<h3><strong>การปรุงอาหาร </strong></h3>
<p>ในประเทศไทย ฤดูหนาวจะมีมะรุมจำหน่ายทั่วไป ทั้งตลาดในเมืองและในท้องถิ่น คนไทยทุกภาครับประทานมะรุมเป็นผัก ชาวภาคกลางนิยมนักมะรุมอ่อนไปปรุงเป็นแกงส้ม และนำดอกมะรุมลวกให้สุกหรือดองรับประทานกับน้ำพริก สำหรับชาวอีสาน ยอดอ่อน ใบอ่อน ช่อดอกอ่อนนำไปลวกให้สุกหรือต้มให้สุก รับประทานเป็นผักร่วมกับป่นแจ่ว ลาบ ก้อย หรือนำไปปรุงเป็นแกงอ่อม ส่วนฝักอ่อนหรือฝักที่ยังไม่แก่เต็มที่นำมาปอกเปลือก หั่นเป็นท่อนและนำไปปรุงเป็นแกงส้ม หรือแกงลาวได้ นอกจากนี้ ที่จังหวัดชัยภูมิ ยังรับประทานฝักมะรุมอ่อนสด เป็นผักแกล้มร่วมกับส้มตำโดยรับประทานคล้ายกับรับประทานถั่วฝักยาว และชาวบ้านเล่าว่าฝักมะรุมอ่อนนำไปแกงส้มได้โดยไม่ต้องปอกเปลือก ชาวเหนือนำดอกอ่อน ฝักอ่อนไปแกงกับปลา ในต่างประเทศ เช่น อินเดีย มีการทำผงใบมะรุมไว้เป็นอาหาร น้ำใบมะรุมอัดกระป๋อง</p>
<h3><strong>ประโยชน์อื่น ๆ</strong></h3>
<ul>
<li><strong>เมล็ด</strong> เมล็ดคั้นได้น้ำมันคุณภาพสูงใช้เป็นอาหารและใช้ถนอมผิว กากที่เหลือใช้แทนสารส้มในการทำให้น้ำให้ใสและสะอาด</li>
<li><strong>ใบและกิ่ง</strong> เป็นอาหารสัตว์</li>
<li><strong>ทั้งต้น</strong> เป็นพืชบำรุงดิน ใช้ฟื้นฟูสภาพดิน ใช้เป็นพืชบังลม รั้วไม้เป็น (&#8220;รั้วกินได้&#8221;)</li>
</ul>
<h3><strong>เอกสารอ้างอิง</strong></h3>
<p>Fahey,Jed W. Sc.D. Moringa oleifera: A Review of the Medical Evidence for Its Nutritional, Therapeutic, and Prophylactic Properties. Part 1.</p>
<p>ข้อมูลจาก : <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A1" target="_blank">http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A1</a></p>
<ul>
<li>
<h2><a href="http://www.jatuka.com/products-page/1/--100---90-/">แคปซูลมะรุม 500 มิลลกรัม บรรจุ 100 เม็ด ราคา 150 บาท </a></h2>
</li>
</ul>
<p><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-274" style="border: 1px solid black; margin: 5px;" title="dsc03473" src="http://www.jatuka.com/wp-content/uploads/2009/05/dsc03473-150x150.jpg" alt="dsc03473" width="150" height="150" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-276" style="border: 1px solid black; margin: 5px;" title="marum" src="http://www.jatuka.com/wp-content/uploads/2009/05/marum-150x150.jpg" alt="marum" width="150" height="150" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-277" style="border: 1px solid black; margin: 5px;" title="maroom" src="http://www.jatuka.com/wp-content/uploads/2009/05/maroom-150x150.gif" alt="maroom" width="150" height="150" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-275" style="border: 1px solid black; margin: 5px;" title="ma-room3" src="http://www.jatuka.com/wp-content/uploads/2009/05/ma-room3-150x116.jpg" alt="ma-room3" width="150" height="116" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.jatuka.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5-%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	<price></price>	</item>
	</channel>
</rss>

