Archive for the ‘ความรู้เกี่ยวกับมะเร็ง’ Category

การดูแลตัวเองเมื่อเป็นมะเร็ง

ให้ทาน

ข้าวกล้อง แทนข้าวขาว ให้เลือกข้าวกล้องหอมมะลิ (จะนุ่มไม่แข็ง) โดยหุงด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้าทั่วไป ใส่น้ำมากกว่าปกตินิดหน่อย (พอใกล้สุกก็โรยงาดำซักหน่อยก็ดีค่ะ)
งาดำ ลูกเดือย เต้าหู้ แทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ (ช่วงแรกถ้าทำได้อยากให้งดเต้าหู้ก่อน)
ผักสดต่างๆ เช่น คึ่นไช่ กระหล่ำปลี บล๊อกโคลี่ แครอท พริกหวาน มะเขือเทศ ตำลึง ฟักทอง ผักกาดหอม หอมใหญ่
พวกเครื่องแกงต่างๆ เช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริก กระชาย ขมิ้น สะระแหน่ หอม-ผักชี ให้ทานทุกอาทิตย์ อาจทำแกงต้มยำไม่ใส่เนื้อสัตว์ โดยกินแต่น้ำทุกอาทิตย์
ผลไม้ไม่หวาน เช่น ฝรั่ง ชมพู่ แอ๊ปเปิ้ลเขียว เป็นต้น
ถ้ามีเวลา ให้ทำน้ำผลไม้คั้น หรือคั้นน้ำผักผสมผลไม้ สลับทานทุกวัน เป็นประจำ
น้ำสมุนไพรต่าง เช่น น้ำใบบัวบก หญ้าปักกิ่ง คั้นน้ำทาน หรือทานสดๆ ได้ยิ่งดี
พวกผักต่างๆ ต้องล้างสารพิษ ถ้าจะให้ดีใช้ผงคาร์บอน ได้ผลดีที่สุดเลย (คือเราทานแต่ผักก็จริง แต่ไม่ได้เอาสารเคมีที่เป็นพิษออก ก็ไม่ค่อยได้ประโยชน์ [...]

read more

ข้อควรรู้เกี่ยวกับมะเร็ง 16 ประการ

ข้อควรรู้เกี่ยวกับมะเร็ง 16 ประการ
1. ทุกคนมีเซลล์มะเร็งอยู่ในร่างกาย เซลล์จำพวกนี้จะไม่สามารถตรวจหาพบโดยเครื่องมือทาง การแพทย์
จนกว่าจะมีปริมาณเซลล์เป็น 2-3 ร้อยล้านเซลล์ หากไปพบหมอ แล้วหมอบอกว่าคุณไม่มีเซลล์มะเร็งใน ร่างกายหลังจากการตรวจ นั่นแค่หมายความว่า เครื่องมือทางการแพทย์ไม่สามารถตรวจพบเซลล์มะเร็งได้
เนื่องจากขนาดของเซลล์มะเร็งยังไม่มากพอ หรือขาดยังไม่ใหญ่พอให้เครื่องมือตรวจเจอ
2. เซลล์มะเร็ง เกิดขึ้นมาก ถึง 6 -10 ครั้ง ใน 1 ช่วงชีวิตของมนุษย์
3. เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง เซลล์มะเร็งก็จะถูกทำลาย เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์มะเร็งขยายตัว
และสร้างก้อนเนื้อร้าย
4. เมื่อคนไข้ ถูกบ่งชี้ว่าเป็นมะเร็ง แสดงให้เห็นว่ามีการขาดสารอาหารบางชนิด หรือ โภชนาการ ไม่ดี
ซึ่งอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม อาหาร หรือปัจจัยอื่นในการดำรงชีวิต
5. การเอาชนะเซลล์มะเร็ง สามารถทำได้โดยการสร้างความแข็งแกร่งให้เซลล์เม็ดเลือดขาว หรือระบบ
ภูมิคุ้มกันของร่างกาย
6. การให้ คีโม หรือสารเคมีบางชนิด ทำให้เซลล์มะเร็งถูกทำลายอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็ทำลายเซลล์ที่ดีของร่างกายไปด้วย ซึ่งเป็นอาจทำลายระบบของอวัยวะสำคัญไปด้วย เช่น ตับ ไต
หัวใจ [...]

read more

สมุนไพรฮว่านง็อก

เป็นต้นสมุนไพรถือกำเนิดในประเทศเวียดนามผู้นำเข้ามาใช้เป็นกลุ่มทหารผ่านศึกสมัยสงครามเวียดนามกระถางแรกมีราคาถึง 70,000 บาท (เจ็ดหมื่นบาท) นำมากินใบสด ๆ แก้โรคต่าง ๆ มากมายและเห็นผลเร็ว
ลักษณะของต้น
เป็นต้นไม้ชนิดใบอ่อนปลายแหลม ส่วนล่างของใบจะหยาบสีเขียวเข้ม ด้านบนสีเขียวอ่อนเป็นต้นไม้ที่มีใบมากสักหน่อย แตกกิ่งก้านทรงพุ่มได้ดีการขยายพันธุ์เพียงตัดยอดปักชำลงดินก็เกิดรากตั้งตัวได้เร็ว ย้ายลง ปลูกในกระถางใส่ปุ๋ยพรวนดินรดน้ำก็จะเจริญงอกงาม
วิธีใช้
ส่วนสำคัญคือ ใบใช้เคี้ยวกินสด ๆ หรือคั้นและกรองเอาน้ำข้น ๆ รับประทานหรือต้มเป็นน้ำแกงรับประทานก็ได้ ส่วนเปลือกและรากไม้สามารถต้มกลั่นเป็นสุราได้ด้วย ใบไม้ไม่มีกลิ่นและรส สามารถต้มเอาน้ำใส ๆ ดื่ม ได้ส่วนการรับประทานมากหรือน้อย อยู่ที่ธาตุ หนัก-เบา ของแต่ละคนโดยทั่วไปจะรับประทานกัน 1-4 ใบ คนที่มีอาการหน้ามืดตาลายหลังรับประทาน 15 นาทีจะหาย ให้รับประทานติดต่อกัน 7 วัน วันละ 2 ครั้งก่อนอาหาร
จากหลักฐานคนไข้รายหนึ่งหลังจากรักษาโรคมะเร็งตับจากยานานาชนิดไม่หาย เมื่อได้รับประทานใบสดของต้นฮว่านง็อกคนไข้มีปฏิกิริยาตอบรับอย่างไม่น่าเชื่อ จากการมีไข้สูงถึง 40 องศา ลดลงเหลือ 37 องศา การเจ็บปวดลดลงมาก ผิวหนังเคยเหลืองก็ลดลง หน้าท้องแฟบลงตัวเบาทำให้คนไข้ลุกขึ้นมาสนทนาได้
ทำไม คนไข้จึงฟื้นตัวเร็วขนาดนั้นหลังจากรับประทานได้ [...]

read more

“มะเร็ง” คืออะไร

มะเร็งคืออะไร
มะเร็งเป็นเนื้องอกชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต กล่าวคือ เนื้องอกนี้เป็นส่วนของร่างกายที่มีขนาดใหญ่ขึ้นผิดปกติ เป็นก้อนเนื้อที่เป็นเซลล์ผิดปกติ ซึ่งทวีจำนวนขึ้นมากกว่าที่ควร ประกอบไปด้วยเซลล์ที่เพิ่มจำนวนผิดปกติ ไม่อยู่ในการควบคุมและสมดุลของร่างกาย เซลล์เนื้องอกควบคุมไม่ได้ ทำให้เซลล์เหล่านี้เจริญอย่างรวดเร็วลุกลามเข้าไปในเนื้อเยื่อที่อยู่รอบ ๆ โดยที่มะเร็งจะส่งสิ่งที่มีลักษณะเหมือนหนวดออกไปรอบ ๆ ตัว และทำลายเนื้อเยื่ออื่น ๆ โดยตัดเลือดที่มาเลี้ยงบริเวณนั้น ทำให้เกิดเลือดออกหรือเป็นแผล
สรุปได้ว่า… มะเร็ง คือ เนื้องอกชนิดร้ายที่เกิดขึ้นมาใหม่จากเนื้อเยื่อปกติของร่างกาย มีการเจริญเติบโตอยู่นอกเหนือการควบคุมของร่างกาย เซลล์มะเร็งจะมีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดเป็นก้อน หรือเป็นแผลมะเร็งขนาดใหญ่
สัญญาณอันตราย 8 ประการ อาการดังต่อไปนี้ อาจเป็นอาการเริ่มแรกของการเกิดโรคมะเร็ง
1. มีการเปลี่ยนแปลงของระบบขับถ่ายอุจจาระ และปัสสาวะ เช่น ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ หรือปัสสาวะเป็นเลือด
2. กลืนอาหารลำบาก หรือมีอาการเสียด แน่นท้องเป็นเวลานาน
3. มีอาการเสียงแหบ และไอเรื้อรัง
4. มีเลือดหรือตกขาวที่ผิดปกติ เช่น มีกลิ่นเหม็น
5. มีแผลเรื้อรัง ซึ่งรักษาแล้วไม่ยอมหาย
6. มีการเปลี่ยนแปลงของหูดหรือไฝตามร่างกาย
7. มีก้อนที่เต้านมหรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
8. มีอาการหูอื้อ หรือมีเลือดกำเดาไหลเป็นประจำ
ค้นหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับมะเร็งชนิดต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง

read more