มะรุมไม้กลางบ้านของไทยที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมาเป็นเวลานานนอกจากจะ รับประทานอร่อยแล้ว ชาวอินเดียยังได้ทำการทดลองและเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคต่างๆได้ถึง 300 ชนิด
องค์การสหประชาชาติได้ให้การสนับสนุนในการค้นคว้าและวิจัย อย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในการรักษาโรคขาดอาหารและอาการตาบอดซึ่งเกิดขึ้นใน เด็กแรกเกิดจนถึงวัยเจริญเดิบโตในประเทศด้อยพัฒนาเช่นกลุ่มประเทศในอาฟริกา ตอนใต้และประเทศอินเดีย กลุ่มองค์การกุศลมากมายได้หันมาให้ความสนใจอย่างจริงจังกับพันธุ์ไม้ชนิดนี้ รวมทั้งประเทศไทยกลุ่มนักศึกษาแพทย์จำนวน25ท่านจากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ได้ ทำการทดลองวิจัยในการที่จะนำมารักษาผู้ป่วยด้วย
โรคงูสวัสดิ์แม้แต่กลุ่มประเทศอื่นๆเช่นอังกฤษ,เยอรมัน,รัสเซีย,ญี่ปุ่น, จีน,ก็หันมาให้ความสนใจและทำการค้นคว้าอย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะเพื่อช่วยเหลือ ผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง เบาหวาน โรคเอดส์ และอีกมากมาย
Archive for 25 May 2009
มะรุม ไม้ยืนต้นมหัศจรรย์ Moringa-Miracle Tree
มะรุม
ชื่อสามัญ : horseradish tree, drumstick tree, Ben oil tree Also call “mother’s best friend”
ชื่อพื้นเมือง : ผักอีฮึม ผักอีฮุม มะค้อนก้อม
ชื่อวิทยาศาตร์ : Moringa olifera Lamk.
วงศ์ : MORINGACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
มะรุมเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางเรือนยอดกลมและโปร่ง เจริญเติบโตเร็ว อาจจะเติบโตมีความสูงถึง 4 เมตรและออกดอกภายในปีแรกที่ปลูก ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ชนิดที่แตกใบย่อย 3 ชั้น ยาว 20 – 40 ซม. ออกเรียงแบบสลับ ใบย่อยยาว 1 – 3 ซม. รูปไข่ ปลายใบและฐานใบมน ผิวใบด้านล่างสีอ่อนกว่าและมีขนเล็กน้อยขณะที่ใบยังอ่อน ใบมีรสหวานมัน ออกดอกในฤดูหนาว บางพันธุ์ออกดอกหลายครั้งในรอบปี ดอกเป็นดอกช่อ สีขาว กลีบเรียง มี 5 [...]
หญ้าเทวดาหรือหญ้าปักกิ่งกับการรักษาโรคมะเร็ง กลุ่มงานวิจัย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ
ดร. ผ่องพรรณ ศิริพงษ์
หัวหน้างานวิจัยสมุนไพร กลุ่มงานวิจัย
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ
ปัจจุบันโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับสองของประชากรไทยและมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกๆปี ยารักษา โรคมะเร็งที่ใช้ในทางการแพทย์ ก็มีแต่ยาแผนปัจจุบันที่มีราคาแพง ซึ่งจะต้องนำเข้า จากต่างประเทศทั้งหมด ทั้งในรูปยาสำเร็จรูปหรือวัตถุดิบ อีกทั้งยังพบว่ามีผลข้างเคียงสูง
ทางเลือกอีกทางหนึ่งของผู้ป่วยโรคมะเร็ง จึงหันมานิยม ใช้สมุนไพรพื้นบ้านเพื่อนำมารักษา โรคมะเร็งที่เป็นอยู่ สมุนไพรจากประเทศจีนชนิดหนึ่งซึ่งมีผู้นำมาเผยแพร่ ประมาณ 30 ปี มาแล้วและปัจจุบันก็ยังคงนิยมใช้อยู่อย่างแพร่หลาย คือหญ้าเทวดาหรือหญ้าปักกิ่ง หรือเรียกชื่อ ภาษาจีนว่า เล่งจือเฉ้า
หญ้าเทวดาหรือหญ้าปักกิ่งหรือเล่งจือเฉ้า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Murdania loriformis (Hassk) Rolla Rao et Kammathy อยู่ในวงศ์ Commelinaceae เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว แต่ไม่ใช่พืชในวงศืหญ้าทั่วไป เป็นไม้ล้มลุก สูง ประมาณ 7-10 ซ.ม. และอาจสูงได้ถึง 20 ซ.ม. ใบเป็นใบเลี้ยงเดี่ยว ความยาวไม่เกิน 10 ซ.ม. ดอกออกเป็นช่อที่ ปลายยอด รวมกันเป็นกระจุกแน่น กลีบดอกมีสีฟ้าปนม่วง ใบประดับกลม ยาวประมาณ 4 ม.ม. [...]
วิธีรับประทานหญ้าปักกิ่ง
วิธีรับประทานหญ้าปักกิ่ง
สูตรดั้งเดิม
นำหญ้าปักกิ่ง 3 ต้นทั้งราก ล้างให้สะอาด ใส่ครกใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยใช้
ตำให้ละเอียดแล้วผสมน้ำสุกที่เย็นแล้วประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ คั้นเอาแต่น้ำมาดื่ม ก่อนอาหารเช้าครึ่งชั่วโมง 1 ครั้ง ก่อนนอน 1 ครั้ง จะเห็นผลประมาณ 1 อาทิตย์จะรับประทานยาที่แพทย์สั่งขณะรับประทาน หญ้าปักกิ่งก็ได้ ถ้าท่านผ่านการฉายแสง หรือให้เคโมมาแล้ว มารับประทานหญ้าปักกิ่งก็จะไม่แพ้แสง และถอนพิษได้
มะเร็งปอด
เป็นมะเร็งที่ปอดแต่ผ่าไม่ได้เพราะเป็นเนื้อร้าย เลยต้องใช้เคมีบำบัด เข็มที่ 1 มีอาการแพ้มาก เข็มที่ 2 ยิ่งแย่ลงอีก เริ่มทานหญ้าเทวดา (หญ้าปักกิ่ง) กลับมาให้คีโมต่อเข็มที่ 3-4 ไม่มีอาการแพ้อีกเลย แถมก้อนเนื้อและจุดตามปอดหายไปหมด…
คุณพ่อของดิฉันป่วยเป็นมะเร็งที่ปอด เวลาพูดจะมีอาการไอ ต่อมาพูดก็ไอ ไม่พูดก็ไอ จึงพาไปตรวจที่ ร.พ.ศิริราช คุณหมอบอกว่าต้องผ่าตัดเพราะมีเนื้องอกที่ปอด หลังผ่าตัดอาการไอก็ยังไม่หาย กลับไอมากขึ้นจนนอนไม่ได้ อาหารก็ทานไม่ลง จึงถามคุณหมอว่าเป็นอะไรกันแน่ คุณหมอก็บอกว่าที่ผ่าตัดนั้นไม่สามารถเอาก้อนเนื้อออก เพราะเป็นเนื้อร้ายผ่าออกไม่ได้ จึงให้รักษาทางเคมีบำบัด (เคโม) ระหว่างรอให้เคโมก็มีอาการอื่นแทรกซ้อนตลอดเวลา ช่วงเวลาที่นอนรอให้เคโมประมาณ 1 เดือน น้ำหนักลดลง 11 ก.ก. กินไม่ได้นอนไม่หลับ มีอาการเหนื่อยหอบตลอดเวลา บางครั้งต้องพ่นยา และใช้เครื่องช่วยหายใจวันละหลายครั้ง
ภูมิคุ้มกันบกพร่อง (HIV)
สถาบัน ธัญญารักษ์ จ.ปทุมธานี
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2548
เรียนคุณอาพันธ์ศักดิ์ ที่เคารพและนับถืออย่างยิ่ง
กระผมนาย วสันต์ สุขสวัสดิ์ มีความต้องการที่จะเขียนข้อความนี้ส่งให้คุณอา เพื่อได้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายตลอดระยะเวลาประมาณ 5 ปีเศษที่ได้ความอนุเคราะห์ให้ผมได้รับประทานยาหญ้าปักกิ่ง และพญารางจืด หวังว่าคุณอาพันธ์ศักดิ์จะยังจำได้ดีที่ผมได้ไปพบคุณอาพันธ์ศักดิ์ และภรรยาในสภาพที่แย่ ซึ่งในเวลานั้นกระผมมีแผลน้ำเหลืองตามตัว แขน ขา รวมทั้งมีหนองไหลออกจากหูทั้งสองข้าง รวมทั้งมีอาการคันตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า และร่างกาย น่าจะเรียกได้ว่าเกือบตลอดเวลา รวมทั้งการเจ็บปวดของแผลเก่าจากการเป็นงูสวัสดิ์ ซึ่งอาการทั้งหมดนี้สืบเนื่องมาจากการติดเชื้อ HIV เมื่อประมาณปี 39 จากการเจาะเลือดที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์รังสิต และเมื่อกระผมได้มาพบคุณอา ราวปี 2544 กระผมก็มีสภาพอยู่ในที่น่าจะเรียกได้ว่า ระยะสุดท้าย
